
ข่าวที่ดึงมา
มหาสารคามจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ
เปลี่ยนแปลง
“คนแม้เพียงหยิบมือ ถ้ามุ่งมั่น มีความคิด
และรับผิดชอบ…ก็จะเปลี่ยนแปลงโลกได้”
Margaret Mead
นักมานุษยวิทยาชาวอเมริกัน
1234
งานวิจัยเชิงคุณภาพ/เชิงคุณลักษณะ (Qualitative research)นั้น มักถูกวิพากษ์ว่า เป็นงานวิจัยที่ไม่มีหลักการที่น่าเชื่อถือ วัดและประเมินผลไม่ได้ด้วยข้อมูลทางสถิติ เมื่อเปรียบเทียบกับงานวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative research) และมีโอกาสสูงที่จะเจือด้วย “อคติ” ตามลักษณะของงานวิจัยที่มุ่งศึกษาปรากฏการณ์ ตามบริบทและสิ่งที่เกิดขึ้นในแต่ละพื้นที่ จากลักษณะของงานวิจัยที่มีความเฉพาะเจาะจงเช่นนี้ จึงไม่สามารถที่จะนำไปสู่การเป็นตัวแทนหรืออธิบายเรื่องเดียวกันในบริบทหรือพื้นที่อื่น ๆ ได้
Margaret Mead เป็นนักมานุษยวิทยา (ทำการวิจัยเชิงชาติพันธุ์วรรณา ซึ่งเป็นประเภทหนึ่งของการวิจัยเชิงคุณภาพ) กลุ่มแรก ๆ ที่ได้พยายามยืนหยัดและสร้างความชัดเจน เป็นปึกแผ่นให้กับงานวิจัยเชิงคุณภาพ และการต่อสู้กันทางด้านความคิดของค่ายการวิจัยทั้งสอง(การวิจัยเชิงปริมาณและการวิจัยเชิงคุณภาพ) ดำเนินมาเกินกว่าสามทศวรรษ และยังคงดำเนินต่อไปในบางประเด็น ...
บันทึกนี้คงไม่เล่ารายละเอียดที่เกี่ยวกับการต่อสู้ทางความคิดของทั้งสองค่าย แต่มีสิ่งที่น่าสนใจคือ การต่อสู้ทางความคิดของทั้งค่ายการวิจัยเชิงปริมาณและการวิจัยเชิงคุณภาพนี้ ยิ่งทำให้เกิดประโยชน์และความกว้างขวางยิ่งขึ้นของการวิจัยโดยรวม ไม่ใช่การต่อสู้เพื่อทำลายล้างหรือสร้างความโกรธเกลียดกัน จนอาจกล่าวได้ว่าในปัจจุบันนิยมที่จะใช้การวิจัยทั้งสองประเภทนี้ร่วมกันในงานวิจัยหนึ่ง ๆ ซึ่งทำให้ได้เห็นและอธิบายถึงภาพของงานวิจัยได้ชัดเจนและเกิดประโยชน์กว่าการใช้ระเบียบวิธีวิจัยเพียงอย่างเดียว
อ่านไปก็สนุกไป และได้ข้อคิดเล่น ๆ ขึ้นมา...
ข้อแรกคือ มนุษย์นั้นมีความเห็นต่างกันได้ แต่อย่าปิดใจ คิดเห็นดีงามในเรื่องอะไรว่าเป็นสิ่งที่ดีและถูกต้อง แต่ต้องไม่ยึดมั่นถือมั่น ฟังคนอื่น มองสิ่งรอบตัวบ้าง ... อาจมีอีกหลายสิ่งหลายอย่างที่เราไม่เคยตระหนักถึงมาก่อนเลยก็ได้ โลกเราพัฒนาไปสู่ความก้าวหน้าได้ ก็เพราะมุมมองที่แตกต่างหลากหลาย...ไม่ใช่หรือ
ข้อต่อมาคือ หากมุ่งมั่น ตั้งใจ คิดดี เห็นชอบแล้วว่าดีว่าถูก จำนวนคนที่เห็นด้วยกับเราไม่ใช่ปัจจัยสำคัญ ขอให้ตั้งใจ อดทน และพยายามชี้ให้เห็นความจริงนั้นอย่างมีหลักการด้วยความจริงใจ...ไม่วันใดก็วันหนึ่ง...โลกก็ต้องหันมา “พยักหน้า” กับเราสักวัน
สรุปว่าเริ่มต้นตั้งใจอ่านเพื่อสิ่งหนึ่ง
แต่ลงท้ายกลับได้อีกสิ่งหนึ่ง...ซะนี่
:lol:
หากสนใจเรื่องของ Margaret Mead อ่านได้ที่ http://en.wikipedia.org/wiki/Margaret_Mead
เรื่องบ้า ๆ ของวันที่ไม่น่าจะบ้า
มาแล้วจ้าหนังสือเกี่ยวกับจิตรกรรมฝาผนังอีสานเล่มล่าสุด Buddhist Murals of Northeast Thailand Reflections of the Isan Heartland ผลงา
คลอดแล้วจ้าหนังสือเกี่ยวกับจิตรกรรมฝาผนังอีสานเล่มล่าสุด
Buddhist Murals of Northeast Thailand
Reflections of the Isan Heartland
ผลงานล่าสุดของออตเอง เขียนร่วมกับ Bonnie Brereton
พิมพ์ 4 สีทั้งเล่มราคาปก 697บาท สั่งกับออตได้ส่วนลด 10% ครับ สั่งเยอะ ๆ นะครับ อิอิ
วิชาดวงตาเห็นธรรม
(ฟ้าบางกอกแบบนี้มีหวังรถติดน่าดู)
Normal 0 false false false EN-US X-NONE TH /* Style Definitions */ table.MsoNormalTable {mso-style-name:ตารางปกติ; mso-tstyle-rowband-size:0; mso-tstyle-colband-size:0; mso-style-noshow:yes; mso-style-priority:99; mso-style-qformat:yes; mso-style-parent:""; mso-padding-alt:0cm 5.4pt 0cm 5.4pt; mso-para-margin-top:0cm; mso-para-margin-right:0cm; mso-para-margin-bottom:10.0pt; mso-para-margin-left:0cm; line-height:115%; mso-pagination:widow-orphan; font-size:11.0pt; mso-bidi-font-size:14.0pt; font-family:"Calibri","sans-serif"; mso-ascii-font-family:Calibri; mso-ascii-theme-font:minor-latin; mso-hansi-font-family:Calibri; mso-hansi-theme-font:minor-latin;}“เอาลิงค่างกลางป่ามาฝึกสอน
เล่นละครลิงได้อย่างใจหมาย
นี่เป็นคนทั้งแท่งแกร่งทั้งกาย
เรียนไม่ได้อายลิงจริงไหมเอย”
ชาวค่ายTT&T รุ่นไฟดับ ประกอบด้วยพนักงานระดับผู้นำของเขตพื้นที่แต่ละจังหวัด รุ่นนี้คุณโยธินกับคุณหน่อง กำหนดให้สิงห์เหนือประทะเสือใต้ สมาชิกที่มาไล่เรียงตั้งแต่จังหวัดชุมพรไปจนถึงยะลา ส่วนอีกกลุ่มมาจากภาคเหนือตอนบนจากเชียงรายลงมาถึงนครสวรรค์รวม36ชีวิต หลายคนเดินทางมาไกลพันกว่ากิโลเมตร ถ้าการเข้าค่ายครบทุกรุ่นก็แทบจะมีตัวแทนทุกจังหวัดเคยผ่านกระบวนการค่ายที่นี่
(รู้อะไรอธิบายได้ แล้วคิด..ทำยังไงต่อ>>)
ทุกคนอยู่ในวัยสะสมประสบการณ์ บังเอิญฝ่ายประสางานไม่ได้ส่งรายชื่อให้ล่วงหน้า ถึงจะมีการแนะนำตัวก็จำได้บ้างไม่ได้บ้าง อาศัยจดจำใบหน้าท่าทีและลีลา ส่วนใหญ่เป็นหนุ่มสาวไฟแรง การจัดกิจกรรมต่างๆจึงอบอวลไปด้วยบรรยากาศแลกเปลี่ยนเรียนเข้ม จากการสะท้อนสิ่งที่นำเสนอแผนที่ความรู้ ทุกกลุ่มถอดรหัสออกมาได้ค่อนข้างสมบูรณ์ ปะติดปะต่อเอาสิ่งที่ได้ฟังได้เห็นมาผูกเป็นประเด็นเด็ด น่าสนใจครับ น่าสนใจจริงๆ
(ตั้งโจทย์ ตั้งใจออกแบบให้ลุ้นความคิดสุดๆ)
เทวดามาถึงเอาจวนเข้าใต้เข้าไฟ เมล็ดข้าวยังไม่ทันเรียงท้องก็ต้องไปพบปะกับชาวTT&T เนื่องจากอยู่ในวงการสื่อสารไอทีมานาน สาระน่ารู้น่าคุยมีเต็มพุง คุย10วัน10คืนก็ไม่จบ ยิ่งเปิดก็ยิ่งเขย่าความสนใจ ได้รับคำถามหนุนเนื่องมาเรื่อยๆ ผมนอนสะโหลสะเหล่ ได้ยินคำถามว่า..
คุณตฤณรู้จักครูบาได้อย่างไร?
คำตอบ>>ผมรู้จักครูบาถ้าฐานะบล็อกเกอร์ในโกทูโน
>> ครูบามีสาวๆรุมสนใจเยอะ>>
กำลังจะขยายความต่อ >> ไฟฟ้าดับพรึบ !
มีระฆังช่วยจากสวรรค์ ไม่งั้นมีหวังเขินตาย!
สาวๆที่ไหน..โธ่ๆ..มีแต่มิตรรักแฟนเฮทั้งน๊านนนน..
เทวดา..ปากหวานเอาใจคนสวยแบบนี้มีหวังยิ้มแก้มปริ!!
(กิจกรรมแม่ครัวหัวป่าส์ ส่วนพ่อครัวผัดขี้เมาชิมแล้วชิมอีก)
เมื่อวานมีกิจกรรมทำอาหาร แบ่งออกเป็น4กลุ่ม ได้เมนูเด็ดขึ้นโต๊ะ 4 สำรับ แกงเลียง-ผัดขี้เมา-ไก่ทอดมะกรูด-แกงหลอดนีออน เท่าที่ชิมก็อร่อยๆทั้งนั้น ที่คาดไม่ถึงคือแกงหยวกกล้วย ของง่ายๆขึ้นอยู่ข้างครัว เอามาหั่นลงหม้อแกง เป็นเมนูอร่อยง่ายๆพิสดาร ฝีมือขนาดนี้น่าจะเปิดภัตตาคารTT&Tโภชนาได้ไม่ยาก พ่อครัวหัวป่าส์บรรเลงเสน่ห์ปลายจวักกันจนครัวแทบแตก ไม่มีอะไรหร๊อก..แย่งกันชิมผัดขี้เมาก่อนยกเสิร์ฟ
(ทำเองชิมเองไม่อร่อยได้ยังไง)
เมื่อคืนไฟฟ้าดับหลายชั่วโมง
บางกลุ่มจุดเทียนคุยกัน
บางกลุ่มนอนรำพึงยุบหนอพองหนอ
บางกลุ่มโทรศัพท์รำพัน
(เอาความรู้ที่ชิมได้มาสับๆเลี้ยงโค)
ตอนเช้าชวนเดินป่า หลักสูตรดวงตาเห็นธรรม โดยอธิบายว่า ..ถึงผมจะอยู่กับต้นไม้ใบหญ้ามานาน แต่ก็มองอะไรๆฉาบฉวยมาตลอด ไม่รู้ว่าจะเอาใบไม้มาใช้ประโยชน์ให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตประจำวันได้อย่างไร? แต่พอเรามองเห็นใบไม้เป็นอาหารสัตว์ โอ้โห! ตรงนี้แหละพี่น้อง ที่ดวงตาเห็นธรรมจริงๆ เห็นธรรมชาติเห็นธรรมะ แปลงเอาธรรมชาติมาเป็นทำกิจกรรมและกิจการ คนงานสวนป่าลงมือตัดใบไม้มาสับๆๆๆ ให้วัวกินๆๆๆ วัวอ้วนๆๆ วัวถ่ายได้ปุ๋ยๆๆ เลี้ยงวัวได้สะดวกและเกิดประโยชน์สืบเนื่อง มีงานมีรายได้ สร้างสภาพแวดล้อม มีปุ๋ยคอกไปบำรุงดิน มีการงานอาชีพที่ไม่เสี่ยงต่อดินฟ้าอากาศ มีความหวัง มีโปรตีนชุมชน มีการงานอาชีพที่พัฒนาสืบเนื่อง ขยายงานไปได้ทั่วไทยแลนด์
(เกมส์ลุ้นระทึกบีบหัวใจ แข่งกับเวลาจะพากันคิดๆๆวางแผนยังไงงงง)
นับเป็นความโชคดีของชาวTT&T.รุ่นนี้ เทวดาได้ให้ภาพรวมความเป็นมาเชิงโครงสร้างสาระบบการสื่อสารไอทีของประเทศไทย ถ้าใครได้รู้ถึงความเป็นมาของอินเตอร์เน็ทในประเทศไทย จะทึ่งๆๆอึ้งกิมกี่ยกกำลัง3 เทวดายังจัดเกมส์กระตุ้นต่อมให้คิดที่สนุกสำหรับคนดู แต่คนที่ออกความคิด คิดๆๆจนสมองแฉะ ผมเองก็เพิ่งเคยเห็นจึงเต้นตื่นกับการลุ้นว่ากลุ่มไหนจะทำได้ดี มันเป็นเกมส์ที่อธิบายบรรยากาศและความรู้สึกได้ยาก..คนเราถ้าถูกเคี่ยวให้คิดแบบบีบความสามารถด้วยเวลาจำกัด มันเป็นอะไรที่ยิ่งกว่าสนุก มันทดสอบกันแบบไม่รู้เนื้อรู้ตัว ผลออกมาจึงวี๊ดบรึมส์แทบสมองทะลุ ขอเสนอว่า..ถ้าใครอยากได้ประสบการณ์เรื่องนี้ก็ลองหาของไปบนบานสานกล่าวเทวดาเอาเอง..
(เคี่ยวความคิดผลิตสามารถให้กระฉูด สนุกแบบหัวใจเต้นตึกๆๆ)
เทวดายกเอาหนังสือเจ้าเป็นไผมา2ห่อ เล่ม1-2
ชาวTT&Tหลายคนทำการบ้านด้วยการเข้าไปอ่านในลานปัญญา
จึงสนใจชาวเฮฮาศาสตร์
เมื่อมีหนังสือที่บอกเล่าถึงตัวตนคนแซ่เฮ
เข้าคิวซื้อกันอย่างคับคั่ง
(ถูกล่าลายเซ็น ในเจ้าเป็นไผ)
ทริปนี้ขายลดราคา ถ้าบริจาค100บาทเราลดราคาเหลือเล่มละ40 บาท มีการแถมลายเซ็นฟรี โห!..เข้ามาจับจองกันคนละ2-4เล่ม ผมกับเทวดาเซ็นชื่อกันจนมือหงิก ได้เงินประมาณห้าพันกว่าบาท ตอนแรกกะเวลาว่าจะเข้าบางกอกด้วยกัน ผมมีประชุมที่กระทรวงศึกษาธิการเวลา 16.00น. ล้อเคลื่อนออกจากสวนป่าตอนเที่ยง ถ้าจะให้ทันประชุมต้องขับแบบรถแข่งสูตร1 เพื่อความชัวร์หักพวงมาลัยเข้าสนามบิน มีไฟล์บินลงดอนเมือง15.30 น. ยังพอมีเวลาบึ่งไปประชุมทัน..ระหว่างที่ผมกับสิบล้อเก้ๆกังๆหาทางไปกระทรวงศึกษาธิการ โทรไปถามทางเทวดา บอกว่าอีก3-4 กม.จะเข้าบ้าน ไม่รู้ว่าขับมาหรือเหาะมา เร็วกว่าเครื่องบินเสียอีก อยากรู้ว่ากี่กิโลเมตา/ชั่วโมง ก็หาทางสอบถามเอาเองเน้อ!
(ศ.ดร.กนก วงษ์ตระหง่าน ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ร่วมให้ขอคิดเห็น)
เรื่องฉุกละหุกอย่างนี้ต้องใช้บริการเจ้าหนูสิบล้อ
ลากกระเป๋าเข้ารถได้ก็เผ่นขึ้นทางด่วน
รีบก็รีบยังไปหลงทางจนได้
ผมจำต้องเผ่นไปใช้บริการมอเตอร์ไซด์ซิ่ง
เข้าห้องประชุมจันทร์เกษมทันเวลาประชุมอย่างเฉียดฉิว
(ประชุมยืดเยื้อ ได้รับความเอื้อเฟื้ออาหารเย็น)
หัวข้อวันนี้ เป็นการเสนอประเด็นการปรับปรุงนโยบายการศึกษาในมิติต่างๆ ผมรับหน้าที่ในส่วนมุมสะท้อนการศึกษาของท้องถิ่นและชุมชน ยกเอาเรื่องเฮฮาศาสตร์กับเอาใบไม้เสิร์ฟวัวก็วงแทบแตกแล้วละครับ โม้ไปว่าหลักสูตรของมหาชีวาลัยอีสาน ไม่เรียนและสอนเสมือนจริง แต่เรียนและสอนในสภาพจริง ไม่เรียนให้เอาคะแนน แต่เรียนให้เอาความรู้เอาความสามารถ สร้างทักษะชีวิต ประเมินผลตรงที่ทำงานหาเงินได้ มีอาชีพ พึ่งพาตนเองได้ เรียนวิชาสร้างงานไม่ใช่เรียนวิชาหางานทำ ถ้าเด็กสนใจเรียนอย่างจริงจัง ก็จะมีรายได้เดือนละ20,000-30,000บาท มากกว่าเงินเดือนปริญญาแรกเข้า เอาไม่เอา ไม่ง้อด้วย ถ้าหลักสูตรนี้ดีจริง มันต้องขายตัวเองได้ บอกไปเลยว่านี่ไม่ใช่หลักสูตรท้องถิ่นนะจ๊ะ มันเป็นหลักสูตรเสริมสร้างชีวิตและสังคมโลก
หลังจากหายตาค้าง..หลายท่านสนใจบอกว่าจะขอลงมาดูงาน มาก็มา..ดูให้หายสงสัย จะได้ไม่เสียเวลาแก้ปัญหาแบบวัวพันหลัก คิดและทำแบบเดิมๆแต่ต้องการผลลัพธ์ใหม่มันจะเป็นไปได้อย่างไร? มหาชีวาลัยอีสานก็จะทำงานอิงระบบยังงี้แหละ ใครวาสนาดีก็จะโอกาสมาเก็บเกี่ยวความรู้สดๆใหม่ๆไปปฏิบัติ เนื่องจากมีเวลาอธิบายน้อย ใครสนใจก็เข้าป่ามาหาเองแหละ โธ่! จะไปหาชุดวิชาที่แจ่มๆอย่างนี้ได้ง่ายๆที่ไหน? ชาวTT&T.ตั้งKey Word ในการมาเข้าค่ายครั้งนี้ว่า
“ถอดรหัสภูมิปัญญา พัฒนาวิธีคิด”
เมื่อวานกอล์ฟเจ้าลูกชายโทนกับโจ้แห่งSCG.โทรมา บอกว่าจะมารับพ่อไปกินข้าวเย็น และปรึกษาเรื่องจะเอาคณะSCG.บุกสวนป่า5คืน6วันในเดือนหน้า ผมนัดให้มารอที่โรงแรมประมาณ6โมงเย็น และแล้วมหกรรมแห้วก็เกิดขึ้น ในเมื่อล่วงไป3ทุ่มแล้วผมยังประชุมไม่เสร็จ 2มังกรหนุ่มมานั่งรอที่ร้านอาหารหลายชั่วโมง สุดท้ายก็ยกเลิก นัดกันใหม่พรุ่งนี้เช้า9โมงจะพาหลานๆมาเยี่ยมด้วย
เจ้าหนูสิบล้อรอรับ
บึ่งมาถึงโรงแรมเอาตอน 4ทุ่ม
ชวนเจี๊ยะลาดหน้าที่โรงแรม
ป่านนี้คงไปนอนอืดและกระมัง
ผมมีเอกสารจากคุณวิฑูรย์ กรมป่าไม้มาฝากไว้
จะอ่านก่อนนอน ..ถ้าไม่ง่วงเสียก่อน
จบข่าว อิ อิ..
ค่าย TT&T รุ่น 1
ผู้บริหารระดับกลางจากTT&T ไปเรียนรู้ที่สวนป่า 5 รุ่น เห็นครูบาวิ่งรอกแล้ว ผมเห็นใจมากครับ จึงอยากไปช่วยแบ่งเบาภาระบ้าง แต่ก็ยังมีอีกเหตุผลหนึ่ง คือเมื่อคนทำงานมีใจสู้ ผมก็อยากไปร่วมให้แง่คิดบ้าง จะได้มาก ได้น้อย หรือไม่ได้อะไรเลย ก็แล้วแต่ครับ เมื่อให้ไปแล้ว ไม่มียึกยัก -- ในส่วนที่ผมสังเกตเห็นและได้พูดคุย สถานการณ์ของบริษัทไม่ได้เป็นเหมือนกับที่ถูกถ่ายทอดปรุงรสมาไม่รู้กี่ตลบ แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะปกตินักจนเต๊งแฉะเรื่อยเจื้อย ทำเป็นทองไม่รู้ร้อนได้
ไปถึงสวนป่าเอาตอนพลบค่ำเมื่อวานนี้ เขียนบันทึกไว้แล้ว แต่ไม่ได้เขียนยาวเพราะว่าไฟดับ ทำให้จอมือถือดูสว่างมาก ล่อแมลงมากวน เป่าไล่เดี๋ยวก็กลับมาอีก ก็เลยเขียนออกมาเป็นบันทึกห้วนๆ นะครับ
เมื่อคืนทีมงานแนะนำวิทยากรที่เพิ่งมาถึงใหม่ มีตั้งหลายเรื่องที่ผมไม่ได้เขียนไว้ในบล็อก (เพราะมันยุ่งยากไม่มีประโยชน์ต่อผู้อ่าน) แต่ก็เล่าได้ถูก แปลว่าทำการบ้านมาแฮะ จากนั้นก็มีการคุยกันนิดหน่อย ก็ไม่ต้องแนะนำตัวกันซ้ำอีก ไม่ใช่เรื่องสำคัญว่าเราเป็นใคร แต่สำคัญที่ทำอะไรต่างหาก ตั้งใจว่าอยากจะถามอะไรก็ให้ถาม ส่วนวิธีการของผม มักตอบไม่ตรงคำถาม! แต่ตอบเรื่องที่อยากตอบแบบที่คิดว่ามีประโยชน์ต่อผู้ฟังมากกว่า ดังนั้นจึงใช้เวลาบ้างที่จะเล่าถึงประสบการณ์ชีวิต ในส่วนที่น่าจะเกี่ยวกับสถานการณ์ที่ผู้ฟังประสบอยู่
ในเมื่อเปิดโอกาสให้ถามได้โดยอิสระแล้ว โปรแกรมของวันนี้จึงลดเหลือแค่ Management exercises เตรียมไปจากบ้านสองชุด คือ Marshmallow Challenge กับ Brain Writing ทั้งสองอัน เคยเขียนบันทึกเอาไว้แล้ว เข้าใจไม่ยาก แต่คุณค่าของเกมอธิบายในห้อง ครูบาวิจารณ์ว่าสนุกมาก เหมาะมาก แต่ว่าเนื่องจากเมื่อคืนไฟดับ เลยจัดสรรอุปกรณ์ไม่ได้ เอามาทำในระหว่างที่บรรยาย กลับเป็นการดึงสมาธิขอผู้ฟังให้สนใจว่านี่มันเรื่องบ้าบออะไร ก็ดีไปอย่าง!
- Marshmallow Challenge: ประสบการณ์การสร้างหอคอย [ทีม]
- Brain Writing: ประสบการณ์ Brainwriting กระตุ้นความคิดใหม่ อิงการระดมสมอง
สำหรับชาวค่าย TT&T รุ่น 1 ที่หาบันทึกนี้เจอ ผมคิดว่าผู้ไปเยี่ยมสวนป่าอีก 4 รุ่น น่าจะได้ประเด็นที่ดีกว่า หากเขาเจอ exercise ทั้งสองด้วยความแปลกใหม่ (และประหลาดใจ) แบบที่ทุกท่านเคยผ่านมาเป็นครั้งแรกนะครับ ผมทิ้งอุปกรณ์ โน๊ตสำหรับประเด็นต่างๆ ไว้ให้แล้ว ถ้าหากจะใช้เล่นกันอีกก็ยินดี -- เกมก็คือเกม สำคัญตรงการอธิบายประเด็นครับ
เสียดายที่ต้องบรรยาย จับเวลา ตอบคำถาม และดูแต่ละกลุ่ม ผมจึงไม่ได้ถ่ายรูปปฏิกริยาและผลงานของทั้ง 8 ทีมมา แต่เข้าใจว่าคงมีรูปอยู่ในกล้องอื่นๆ ครับ... อ้อ ปล่อยมุกไปหลายชุด ไม่มีแป็กสักเม็ด
รูป 4 รูป ถ่ายเมื่อเช้า
- พร่องไปเยอะ: ลอมฟางกองใหญ่ พร่องไปแล้วครึ่งหนึ่ง
- เขียว...ได้อีก: ต้นไม้ได้ฝนบริเวณทางเข้า
- ของเล่นใหม่: เครื่องสับกิ่งไม้ อยู่ระหว่างคอกวัวทั้งสอง กิจการเป็นล่ำเป็นสัน วัวอ้วนปี๋
- วาสนายายฉิม: เดินไปเดินมา ไม่ต้องหิ้วตะกร้า ก็ได้เห็ดเป็นกอบเป็นกำ
ทีแรกผมคิดว่าจะกลับบ้านพรุ่งนี้ พอดีครูบาจะต้องเข้ากรุงเทพมาประชุม เมื่อคืนเรียนถามดู บอกว่าจะบินเข้ากรุงเทพ เช้านี้คุยกันอีก ผมก็บอกว่าเมื่อคืนได้นอนเต็มที่แล้ว ดังนั้นกลับกรุงเทพวันนี้เลยก็ได้ ก็ตกลงจะไปด้วยกัน คิดว่าจะออกจากสวนป่าสักสิบเอ็ดโมง (ครูบาคงไม่อยากให้ขับกลับคนเดียว แต่บอกว่าอยากคุยด้วย)
ผมบรรยายช่วงเช้าจบอีก 15 นาทีจะสิบเอ็ดโมง ทิ้งไว้ให้ครูบาสรุปครับ ส่วนตัวเองวิ่งไปเก็บของอย่่างรวดเร็ว พอจะออกเดินทาง ที่ไหนได้ ขาย จปผ๑/๒ ได้ 40 เล่ม เลยนั่งแจกลายเซ็นกัน มีถ่ายรูปหมู่ด้วย กว่าจะเสร็จได้ออกเดินทางก็เที่ยงพอดี
ทีนี้ครูบามีประชุมสำคัญตอนสี่โมงเย็น มีเวลาแค่สี่ชั่วโมงจากบุรีรัมย์ไปกระทรวงศึกษา จะไปยังไงทันล่ะครับ ก็เลยไปส่งครูบาที่สนามบิน :) ส่วนตัวผมก็ขับกลับบ้าน แต่ GPS ดันแนะนำเส้นทางผ่านบุรีรัมย์-นางรอง-สีคิ้ว แทนที่จะเป็นสตึก-พิมาย-โคราช-สีคิ้ว... เออ ก็ดีเหมือนกัน ไม่ได้ขับเส้นทางนี้นานแล้ว อันนี้แสดงว่าเส้นนางรองกับเส้นพิมาย ระยะไม่ต่างกันมากนักหรอกครับ
สี่โมงสิบห้า ครูบาโทรมาถามทาง ขณะนั้นยังติดอยู่บนถนน ส่วนผมนั้น ลงทางด่วนมาแล้ว อีกสองสามกิโลเมตรก็จะถึงบ้านอยู่แล้ว
มองโลกในแง่ดีเถอะ
รายงานจากเมโยคลินิก สถาบันการแพทย์ที่มีชื่อเสียงของอเมริกา "ผลการศึกษาแสดงให้เห็นว่าจิตใจและร่างกายมีความสัมพันธ์กันดังนี้ ทัศนคติที่ดีจึงมีผลต่ออายุ" นายแพทย์โตฮิชิโกะ มารูตะ เจ้าของรายงายกล่าวว่า
ระหว่างปี พ.ศ. 2505 ถึง 2508 คณะจิตแพทย์แห่งสถาบันเมโยสำรวจบุคลิกภาพประชากรจำนวน 839 คนในเมืองโอล์มสตีด รัฐมินเนโซตา และจำแนกออกเป็นพวกมองโลกในแง่ดี 124 ราย มองโลกในแง่ร้าย 197 และมองโลกปนเปทั้งสองแง่อีก 518 ราย อีก 35 ปีต่อมาคณะผู้วิจัยรายงานในเอกสารรวบรวมผลงานของคลินิกว่า กลุ่มมองโลกในแง่ร้ายมีอัตราเสี่ยงที่จะตายก่อนวัยอันควรมากขึ้นร้อยละ 19
(Thomas H. Maugh II จาก Los Angeles Times)
จาก Reader's Digest กรกฎาคม 2543
รูปกับเรื่องไม่ไปด้วยกันเลย
ไม่มีเวลาเขียนเอง ขอสำเนาข้อมูลดีดีมาฝากกันครับ..
ถ่ายภาพจากภาพ
มีปฏิทินที่เก็บไว้จนเก่า
ไม่รู้เหมือนกันค่ะว่า แม่ฮ่องสอนที่ช่างภาพปฏิทินท่านนี้เก็บภาพได้ ปี พ.ศ อะไร หรือว่า อำเภออะไร...และปัจจุบันยังจะมีภาพแบบนี้อยู่ไหม
ปฏิทินจีนมักจะเป็นรูป ฮก ลก ซิ่ว
อวยพรชัยตั้งแต่ต้นปี และคำพรก็จะอยู่ที่ปฏิทินถึงปลายปี ...
ปฏิทินเป็นสิ่งที่ใช้ดูบ่อยๆ ปีไหนรูปสวยก็เก็บไว้ ตั้งใจว่าจะเก็บใส่กรอบแต่ก็ไม่ได้ทำ ม้วนไว้จนเป็นฝุ่น
ปีใหม่ปฏิทินใหม่ก็มาอีก ปีไหนเฉลิมฉลองเรื่องอะไรก็จะได้รูปที่เกี่ยวข้องไว้ค่อนข้างมาก ..บางทีดูแล้วก็คล้ายๆกัน มองผ่านๆ บางทีก็มีสิ่งที่ชวนพินิจพิจารณา ...ดูๆแล้ว รูปปฏิทินก็กลายเป็นสิ่งประวัติศาสตร์ได้เหมือนกันนะคะ
ช่วงเวลาสั้นๆ ก่อนนอนเมื่อคืน นั่งมองรูปปฏิทินเก่าแล้วก็คิดอะไรเรื่อยๆ แบบนี้...และคิดอีกว่าไม่กี่เดือนก็คงได้รับแจกปฏิทินใหม่อีก
บางทีก็ใช้การกาปฏิทินเพื่อให้รู้ว่าผ่านวันไปกี่วันแล้ว และเหลืออีกกี่วันจะหมดปี แต่บางทีก็ใช้การฉีกทิ้งไปเป็นเดือนๆ
เรื่องราวของปฏิทินก็ทำให้นึกถึงชีวิตราชการของตัวเอง...วันเวลาหมุนเร็วไปเรื่อยๆ ชีวิตราชการก็เหมือนไม้ใกล้ฝั่งเข้าไปทุกที มีเรื่องไม่กี่อย่างที่ค้างคาจะต้องจัดการเพื่อจะไม่ทิ้งภาระให้กับคนที่ยังอยู่ภายหลัง
วันเวลาที่เหลืออยู่ก็คงเป็นเรื่องของการดำรงชีวิตให้ผ่านไปรายวัน ...ภาพชีวิตการงานเก่าๆ ก็คงเหมือนภาพปฏิทิน เก็บไว้ก็เก่าเป็นฝุ่น คนมาภายหลังก็คงเห็นว่าบางภาพไม่รู้ที่มาที่ไป ดูแล้วน่านึกถึงบ้าง ไม่น่านึกถึงบ้าง มองผ่านๆ ไปบ้าง และเก็บภาพใหม่ขึ้นแขวนแทน ...ซึ่งก็สมควรแล้วกับชีวิตราชการที่ไม่รุ่งโรจน์อะไร...ค่อนข้างเรียบง่ายและธรรมดา
กาปฏิทินนับวันถอยหลัง ..ฉีกปฏิทินก็เหมือนการลบภาพการทำงานเก่าๆ ทิ้งไป ...ความสำเร็จหรือล้มเหลวแล้วแต่จะนิยามก็ผ่านไปแล้ว ไม่จำเป็นต้องจดจำ ...มีเกิดขึ้น และค่อยๆลดละดับไปอย่างเงียบๆ ..ไม่ใช่ชีวิตราชการที่น่าใส่ใจหรือให้ใครมาเรียนรู้เอาเป็นแบบอย่าง
ชีวิตราชการก็เหมือนภาพในปฏิทิน...เมื่อตัวเราเองเลือกที่จะม้วนภาพเก็บจนคลุกฝุ่นไม่มีความสำคัญอะไร... เราเองก็ควรเลือกที่จะโยนทิ้งเองได้เช่นกัน
ลุงเอกแวะมาเยี่ยม
ผมไม่ค่อยได้เข้ามาเขียนบันทึกนานมากแล้ว เพราะช่วงหลายเดือนมานี้วุ่นอยู่กับการปลูกบ้าน(บาน)..อิอิ กับชาวเฮฮาก็เลยไม่ค่อยได้พบเจอกัน มีพระอาจารย์แฮนดี้แวะมาเยี่ยมพร้อมหวานใจครั้งหนึ่ง และล่าสุดลุงเอกมาเป็นวิทยากรที่ มรภ.กำแพงเพชร ผมก็ไปร่วมรับฟังและนำเสนอบทความเลยได้มีโอกาสเจอลุงเอกโดยบังเอิญ...
เสร็จการสัมมนาลุงเอกไปเชียงใหม่ขากลับแวะเยี่ยมบ้านสวนและบ้านที่ปลูกใหม่มีน้องครูมิมมาร่วมแจม(ก่อนเดินทางไปทำงานที่เพชรบูรณ์ไม่กี่วัน)...วันนี้เลยขอนำภาพมาฝาก พร้อมกับมารายงานความก้าวหน้าการสร้างบ้านครับลุงเอกแวะมาเยี่ยมพร้อมกับทานเงาะที่บ้านสวน กำแพงเพชร (29 พ.ค. 2553)
สองหนุ่ม...สองมุม...คริ คริ
ครูมิมก็แวะมาร่วมแจมด้วย
บ้านไม้ที่สร้าง ตอนนี้บานไปเยอะเลยครับ สร้างได้ 80 % แล้ว ลุงเอกมาเยี่ยมเลยขอให้ลุงเอกขึ้นบนบ้านเพื่อความเป็นศิริมงคลเรียบร้อยแล้ว...อิอิ ท่านใดผ่านกำแพงเพชร..อย่าลืมแวะเยี่ยมเยียนกันบ้างเน้อคนฉลาดแกล้งโง่...คนโง่ตั้งใจทุกข์
เคยฟังท่าน ว.วชิรเมธีเทศน์เมื่อนานมาแล้ว เป็นเรื่องเกี่ยวกับลิงสามตัวที่เห็นจนชินตา
ลิงตัวแรกปิดหู...บอกให้รู้ว่า ไม่ต้องรู้ทุกเรื่องก็ได้
ตัวที่สองปิดตา...ก็ไม่จำเป็นต้องไปเห็นทุกเรื่องเลยนี่นา
ส่วนตัวที่สามปิดปาก...ไม่เห็นต้องพูดหรือออกความเห็นในทุกเรื่องราวก็ได้มั้ง
ลิงทั้งสามอยู่ในตัวเรานี่เอง วุ่นวาย ซอกซอนอยู่โดยที่รู้ตัวมั่ง ไม่รู้ตัวมั่ง
แต่นอกจากนี้ยังทำให้คิดได้ว่า...ไม่รู้หรือแกล้งโง่บ้างก็ไม่เห็นจะเป็นอะไรเลย
การรู้จักเลือกสรรถือเป็นความฉลาด ในขณะเดียวกันคนฉลาดควรรู้จักแกล้งโง่บ้าง
แกล้งโง่เพื่อเติมเต็มความรู้สึกของกันและกัน แกล้งโง่เพื่อได้เรีียนรู้และเติบโต แกล้งโง่เพื่อรักษาน้ำใจหรือแกล้งโง่เพื่อส่งเสริมในบางเรื่องราว ถือเป็นความฉลาดที่น่ายกย่องเพราะรู้ว่าควรทำอะไรเพื่ออะไร
แต่คนโง่ที่พยายามแสดงตนว่าฉลาด...สักวันหนึ่งก็โดนจับได้เพราะไม่อยู่บนความจริง
คนฉลาดแกล้งโง่ได้...แต่คนโง่มักตั้งใจทุกข์
....................................................
ถ้าถามว่าห้องที่สำคัญที่สุดในบ้านคือห้องอะไร
ตอบได้ว่า...ห้องครัว
เพราะครัวเป็นที่สอนวิชาชีวิตและวิชาธรรม
สอนให้รู้จักคัดเลือก สอนให้รู้การกะประมาณ สอนให้รู้ว่าพอดีพอเหมาะอยู่ตรงไหน และสอนให้คิดถึง... เจือจาน
ในหนึ่งบ้าน ถ้าพ่อเป็นความดันโลหิตสูง แม่โคเลสเตอรอลกระฉูด ยายเป็นเบาหวาน เวลาทำอาหารสักจานก็ต้องคิดเผื่อแผ่ถึงทุกคน ต้องลดเค็ม ไม่หวานจัด ลดแป้งและน้ำตาล เลี่ยงมันหมู ฯลฯ เหล่านี้คือธรรมสอนความเมตตากรุณาที่จะคิดและทำเพื่อให้คนอื่นได้รับสิ่งที่ดี
น้องชอบกินขนม แต่ยายกินไม่ได้ จะทำอย่างไรให้ครอบครัวสามารถนั่งกินอาหารได้พร้อมหน้า ก็เป็นโจทย์ที่ท้าทาย
อาหารแต่ละจานจะถูกปากถูกใจทุกคนได้ ผู้ทำต้องมีความรู้จริงทั้งวัตถุดิบ และสูตรการทำ สามารถหยิบจับส่วนผสมได้คล่องมือ พลิกแพลงดัดแปลงตอบโจทย์ยาก ๆ ในแต่ละครั้งได้ ที่สำคัญต้อง"ชิม"เสมอไม่ว่าจะ"มั่นใจ"เพียงใดก็ตาม...และไม่ลืม"ใส่ใจ"ในการทำ
การพัฒนางาน ก็เหมือนการทำอาหาร รู้จริงถึงขั้นตอนและเนื้องานที่ทำ สามารถหยิบจับปัจจัยที่มีมาพลิกแพลง ปรับปรุงให้ได้สิ่งที่เหมาะกับทุกคน ไม่ลืมชิมรสชาติทุกครั้งที่ทำเสร็จ เผื่อแผ่นึกถึงคนอื่นให้ได้ร่วมรับประทาน น้อมรับคำติ-ชมเพื่อปรับปรุงให้ถูกปากถูกใจมากยิ่งขึ้น...ที่สำคัญฝึกบ่อย ๆ จะกลายเป็น"ทักษะเฉพาะตน"ที่ไม่ว่าใครทำก็ไม่เหมือนรสมือ
พัฒนางาน...เหมือนการทำอาหาร
..............................................................
ในช่วงกลางปีที่ผ่านมาเราผ่านเรื่องราวมากมาย ทั้งตื่นตระหนก โศกเศร้า หวั่นหวาดและกังวล
ไม่ว่าจะอย่างไร...ในวันนี้ อีกไม่กี่เดือนที่จะเริ่มเข้าสู่ปีใหม่
เหลียวมองรอบตัว ก็มีเรื่องดี ๆ เกิดขึ้นไม่น้อย
น้องผู้ชายในที่ทำงานเตรียมตัวเป็นคุณพ่อคนใหม่
พี่สาวอีกคนได้รับการบรรจุในตำแหน่งที่หวัง
สิ่งที่ทำมีเป้าหมายและชัดเจนมากขึ้น
หลาน ๆ ได้เรียนต่อในสาขาที่ต้องการ
บางคนเตรียมตัวเพื่อละวางเรื่องทางโลก
...ในทุกวันของชีวิตก็เป็นแบบนี้ มีทั้งเรื่องหนักหนา และเรื่องดี ๆ
ที่สำคัญยังมีพรุ่งนี้ที่จะดีกว่าวันนี้เสมอ...เพราะความหวัง ความตั้งใจและการทบทวนเป็นเรื่องงดงาม
อย่าลืมบอกตัวเองก่อนนอนว่า..."ชีวิตเราจะดีขึ้นทุกวัน"
;)
** ขอบคุณภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต
ความเกรงใจ
"จำลอง" แนะ "มาร์ค" เร่งหาทางขับเขมรพ้นพื้นที่ พอใจชุมนุมเห็นผล
"มาร์ค" ยอมเครือข่ายฯ จัดดีเบตถ่ายทอดผ่านทีวี 3 ชม.เต็มอิ่ม ถกพระวิหาร
ตามคาด! ถกตั้งคกก.สมานฉันท์ฯ ไม่ลงล็อค เสนอคุยกันเองก่อน - เอ็นจีโอขู่ใครจ้องล้มพ.ร.บ.คุ้มครองฯ เจอดีแน่
“มาร์ค” ลั่น เสียดินแดนไม่ใช่คนไทย-ประกาศไม่อ่อนข้อเขมร สั่งเปิดเกมรุก
ปชป.ฉะ"เพื่อแม้ว"ฉวยโอกาสกลบเกลื่อนความผิดทำไทยเสียดินแดน
"บิ๊กแป๊ะ" พอใจ "มาร์ค" ยอมฟังเสียง ปชช.-รอลุ้นผลเจรจา ก่อนกำหนดท่าที
“ไชยยศ” เน้นมหา'ลัยยกงานวิจัยลงจากหิ้ง นำมาใช้ประโยชน์จริง
ปชป.ชี้ “นช.แม้ว” ส่งสัญญาณป่วนไม่เลิก สอดคล้องลิ่วล้อปัดปรองดอง
“โฆษกทาสแม้ว” อ้างประเทศวิบัติ!! ขู่แจ้งจับ “มาร์ค-สุเทพ” หากไม่เอาผิดม็อบคนไทยทวงพระวิหาร
บันเทิง |
||
ลานปัญญา |
||
Blog ศูนย์เด็กเล็ก |
||



